อินทผาลัมอัจวะฮ์

อินทผาลัมจอแดน

อินทผาลัมเมดจูล (จอแดน)

Figs ตุรกี(มะเดื่อ )

ตุงกัตอารี-ปลาไหลเผือก

ฮับบะตุซซาดะห์-ชนิดแคปซูล

เฟสบุ๊ค

สวนพฤกษศาสตร์ในทวีปเอเชีย PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 06 สิงหาคม 2012 เวลา 14:52 น.

 

การสร้างสวนพฤกษศาสตร์ในทวีปเอเชียเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับการล่าอาณานิคมและการติดต่อค้าขายกับประเทศทางเขตศูนย์สูตรของประเทศมหาอำนาจยุโรป

   สวนพฤกษศาสตร์ในทวีปเอเชีย
 การสร้างสวนพฤกษศาสตร์ในทวีปเอเชียเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับการล่าอาณานิคมและการติดต่อค้าขายกับประเทศทางเขตศูนย์สูตรของประเทศมหาอำนาจยุโรป สวนพฤกษศาสตร์ในสมัยนั้นจึงมีบทบาทในการเก็บสะสมพันธุ์ไม้ในท้องถิ่นนั้นๆ เป็นหลัก เพื่อนำมาศึกษาวิจัย หาคุณค่าทางเศรษฐกิจสำหรับประโยชน์ทางการค้า ในการเก็บรักษาพรรณไม้ใน          สวนพฤกษศาสตร์ ใช้วิธีแบ่งหมวดหมู่ตามหลักอนุกรมวิธานของ Linnaeus ซึ่งจะเกิดความสะดวกและเป็นประโยชน์มาก เมื่อมีจำนวนพืชสะสมมากขึ้น
ในที่นี้จะนำเสนอสวนพฤกษศาสตร์ในทวีปเอเชียเพียง 8 แห่ง  เป็นสวนพฤกษศาสตร์ของไทย 2 แห่ง ซึ่งจะอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในหัวข้อสวนพฤกษศาสตร์ในประเทศไทย อีก 6 แห่งที่เหลือมีความสำคัญในด้านความเก่าแก่ และมีจำนวนพรรณไม้เก็บสะสมไว้มาก (ตาราง 5.7) และจะกล่าวเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยเฉพาะสวนพฤกษศาสตร์อินเดีย โบกอร์ สิงหล และสิงคโปร์ ประเทศที่ตั้งของสวนพฤกษศาสตร์เหล่านี้เคยเป็นอาณานิคมของประเทศในยุโรป
สวนพฤกษศาสตร์อินเดีย ในกัลกัตตา ประเทศอินเดีย จัดสร้างขึ้นภายใต้การดูแลของนักพฤกษศาสตร์จากประเทศอังกฤษ เป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปเอเชีย จัดสร้างขึ้นมาเพื่อ ศึกษาถึงความมั่งคั่งของทรัพยาการพืชในประเทศอินเดีย  เป็นที่พักฟื้นพืชต่างถิ่นและนำพืชเศรษฐกิจเข้ามาปลูก เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารของประชากรที่ยากจนในท้องถิ่น  เนื่องจากชาวอินเดียรู้จักปลูก เครื่องเทศและนำเครื่องเทศต่างๆ มาประกอบอาหารเป็นเวลายาวนานก่อนประวัติศาสตร์ เครื่องเทศเหล่านี้เป็นของใหม่ของชาวตะวันตก จึงมีการสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก บริษัทเอกชน British East India Company สนับสนุนให้ปลูกเครื่องเทศต่างๆ ภายในสวนให้เพียงพอกับที่ตลาดต้องการเพื่อส่งออกขายไปยังทวีปยุโรป นอกจากนั้นแล้วยังสนับสนุนให้ปลูกไม้สักเพิ่มเติมสำหรับนำไม้มาใช้ซ่อมเรือของบริษัท  ดังนั้นการศึกษาวิจัยทางพฤกษศาสตร์ภายในสวน เริ่มมาจากการใช้พืชเศรษฐกิจเป็นตัวอย่างศึกษา ปัจจุบันบริเวณที่ขึ้นชื่อภายในสวน ได้แก่ การจัดภูมิทัศน์แบบอังกฤษ สวนเฟื่องฟ้าที่มีดอกสีฉูดฉาดสดใสจนขึ้นชื่อว่าไม่มีดอก เฟื่องฟ้าในสวนพฤกษศาสตร์แห่งใดเสมอเหมือน มีต้นนิโคธร (Ficus bengalensis) ที่ใหญ่มากมีอายุไม่น้อยกว่า 200 ปี กิ่งก้านมี รัศมีถึง 1/4 ไมล์ มีเรือนเพาะชำพืชที่ดีที่สุดในเอเชีย ใช้อนุบาลพืชดั้งเดิมสำหรับนำมาปลูกภายในสวนและจัดจำหน่ายด้วย
สวนพฤกษศาสตร์โบกอร์ จัดสร้างขึ้นที่โบกอร์ เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย โดยชาวดัชท์ เป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่ใหญ่และสวยงามมาก มีหน้าที่เช่นเดียวกับสวนพฤกษศาสตร์อื่นๆ ที่อยู่ใต้การปกครองของผู้ล่าอาณานิคม คือศึกษาวิจัยหาประโยชน์ทางเศรษฐกิจของพืชท้องถิ่นนั้นๆ และการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของพรรณไม้ ต้นปาล์มน้ำมันต้นแรกของทวีปเอเชียได้มีการทดลองปลูกที่นี่เป็นแห่งแรกในปีคริสตศักราช 1848  นอกจากนั้นยังมีไม้ต่างถิ่น ได้แก่ ต้นสาคู ชิด สละ ต้นสาละลังกา โกโก้ และบัววิคตอเรีย พืชเหล่านี้เมื่อขยายพันธุ์ได้ผลก็ได้มีการกระจายแพร่หลายไปยังประเทศใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันสวนแห่งนี้เก็บสะสมพรรณไม้ไว้จำนวนมาก มีไม้ใหญ่และไม้พุ่มประมาณ 6,000 ชนิด และพืชดอกอื่นๆ อีกประมาณ 5,000 ชนิด ไม้ใหญ่ประกอบด้วยพรรณไม้ดั้งเดิมในเขตศูนย์สูตรและที่นำมาจากตอนเหนือเขตศูนย์สูตร อเมริกากลางและเมดิเตอเรเนียนตะวันออก สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ได้รับการพิจารณาให้อยู่ในอันดับ 6 ของสวนพฤกษศาสตร์ที่ดีที่สุดในโลก
สวนพฤกษศาสตร์สิงหล (Peradeniya) จัดสร้างขึ้นในประเทศศรีลังกาโดยรัฐบาลอังกฤษ เพื่อทดลองปลูกพืชทดแทนจากการเสียหายในการปลูกกาแฟ ปรากฏว่าซินโคน่าและชาสามารถขึ้นได้ดี จึงมีการขยายพันธุ์อย่างรีบด่วนภายใน 3 ปี (1873 - 1876) ได้ต้นกล้าถึง 3,500,000 ต้น สามารถใช้ปลูกทดแทนต้นกาแฟที่ตายทั่วประเทศ ต้นยางพาราที่อังกฤษนำมาจากอเมริกาใต้ก็ถูกส่งมาทดลองปลูกและขยายพันธุ์ที่นี่  สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ จึงเป็นศูนย์ขยายพันธุ์ยางพาราสำหรับปลูกในท้องที่ทั่วประเทศและประเทศใกล้เคียง ต้นยางพาราต้นแรก ที่ได้ทดลองปลูกและกรีดได้ผล ยังคงรักษาไว้จนถึงปัจจุบันนี้  สิ่งมหัศจรรย์ของสวนพฤกษศาสตร์นี้ ได้แก่ ต้นยางอินเดีย (Ficus elastica) ที่มีพูพอนใหญ่มาก ต้นโสกระย้า (Amherstia nobilis) ที่ใหญ่และสีสดใส และต้นลาน (Corypha) ที่จะออกดอก 30 - 40 ปีต่อครั้ง ทะเลสาปในสวนพฤกษศาสตร์ปกคลุมด้วยบัวพันธุ์ต่างๆ สวยงามมาก
สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ เริ่มจัดตั้งในปี ค.ศ. 1822 แต่ยังไม่ได้จัดเป็นสวนพฤกษศาสตร์จริงๆ จนกระทั่งปี ค.ศ. 1859 สมาคมเกษตรพืชสวนได้รับเงินอุดหนุนให้จัดสร้างสวนพฤกษศาสตร์ในเนื้อที่ 60 เอเคอร์ก่อน โดยใช้แรงงานจากนักโทษ  บางส่วนของพื้นที่ที่จะปรับปรุงให้เป็นสวนพฤกษศาสตร์ ยังเป็นป่าที่สมบูรณ์เต็มไปด้วยงูเห่า งูหลาม งูเหลือม และลิง  จึงกันไว้ 11 เอเคอร์ให้คงธรรมชาติไว้สำหรับเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ สวนพฤกษศาสตร์เจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ มีการสะสมพรรณพืชมากขึ้น จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1866 สวนพฤษศาสตร์ขยายขึ้นมาอีก 25 เอเคอร์ ทำให้เงินอุดหนุนที่ได้รับสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอ สมาคม ฯ ได้รับข้อเสนอจากรัฐบาลและบริษัท British East India จะให้เงินอุดหนุนมากขึ้นหากสนับสนุนให้สวนพฤกษศาสตร์เก็บสะสมและปลูกพืชเศรษฐกิจ  พื้นที่ของสวนจึงขยายเพิ่มขึ้นอีก 102 เอเคอร์ สำหรับจัดเป็นแปลงทดลอง และแปลงปลูกพรรณไม้เศรษฐกิจที่นำเข้ามาจากอเมริกาใต้ เช่น ควินิน กาแฟ ชา ข้าวโพด อ้อย และยางพารา สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ทำการศึกษา ยางพาราอย่างจริงจังและพบว่า Hevea brasiliensis เป็นต้นยางพาราที่ให้น้ำยางที่มีคุณภาพดีที่สุด ปัจจุบันความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับยางพารา โดยเฉพาะเทคนิคการปลูกที่ทำให้ได้ยางดียังคงเก็บสะสมอยู่ที่สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์มากที่สุด
ปัจจุบันมีสวนพฤกษศาสตร์ที่ถูกต้องตามหลักวิชาและเป็นสมาชิกของสถาบันสวนพฤกษศาสตร์ และรุกขชาติของโลกไม่น้อยกว่า 600 แห่ง และกำลังมีสวนพฤกษศาสตร์ใหม่ๆ เกิดขึ้นจำนวนมาก สวนพฤกษศาสตร์ที่รู้จักกันแพร่หลายของโลก ได้แก่ สวนพฤกษศาสตร์หลวงคิว (Royal Botanic Garden Kew) ในประเทศอังกฤษ ซึ่งสถาปนาขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1759 นับว่าเป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีหอพรรณไม้ที่ใหญ่มาก มีตัวอย่างพืชเกือบ 9 ล้านตัวอย่าง จัดเป็นแม่บทของสวนพฤกษศาสตร์ทั่วโลก สวนพฤกษศาสตร์ที่มีขนาดเล็กลงมาและเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายคือ สวนพฤกษศาสตร์นิวยอร์ค (New York Botanical Garden) และสวนพฤกษศาสตร์มิสซูรี (Missouri Botanical Garden) ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น
  
BACK

 


ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
ผู้ลงบทความ : Dawood

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 06 สิงหาคม 2012 เวลา 14:54 น.